ตามไปดูความสัมพันธ์ (ไม่ลับ) ในที่ทำงาน ระหว่าง ‘Virtual Machine’ กับ ‘Cloud Computing’

Share:

Share on facebook
Share on google
Share on twitter

Virtual Machine (VM) หรือที่ในภาษาไทยเรียกว่า การทำคอมพิวเตอร์เสมือน สามารถอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ว่าเป็นการจำลองระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ด้วยซอฟต์แวร์บนเครื่องจริง ทำให้สามารถใช้งานได้เหมือนมีคอมพิวเตอร์หลายเครื่องภายในเครื่องเดียว และสามารถรันระบบปฏิบัติการได้หลายระบบ โดยที่เครื่องจริงและเครื่องเสมือนนั้นมีทรัพยากรที่เป็นอิสระจากกัน

AVirtual Machine มีข้อดีอย่างไร มีข้อเสียไหม?

ยกตัวอย่าง เราอยากจะเขียนโปรแกรมเพื่อรันบนระบบปฏิบัติการของ Linux แต่ว่าใช้คอมพิวเตอร์ที่มีระบบปฏิบัติการเป็น Microsoft Windows เมื่อใช้ VM เข้ามาช่วย ก็จะทำให้เราสามารถจำลองระบบปฏิบัติการของ Linux ในเครื่องของเราที่เป็น Microsoft Windows ได้เลย และนอกจากนั้นเรายังสามารถใช้ระบบปฏิบัติการในเครื่องหลักได้ตามปกติ

รูปภาพจาก Geekwire

ทบทวนสิ่งที่ Cloud Computing เป็น

ถ้าหากแปล Cloud Computing เป็นภาษาไทยก็คือ การประมวลผลบนก้อนเมฆ ที่ฟังดูแล้วก็อาจจะยังงงๆ แต่ถ้าพูดถึงฟังก์ชันจริงๆ แล้วมันคือ การที่เราใช้บริการซอฟต์แวร์ ระบบ และทรัพยากรของเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตของผู้ให้บริการ โดยสามารถเลือกกำลังการประมวลผลกับจำนวนของทรัพยากรได้ตามต้องการ และนอกจากนี้ เรายังสามารถเข้าถึงข้อมูลบน Cloud จากที่ไหนก็ได้

The VIABLE เคยลงบทความเกี่ยวกับความหมาย ความสำคัญ ข้อดี และประเภทของ Cloud Computing ไว้แล้ว เช่น ลักษณะการใช้งานที่แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ SaaS (Software as a Service) PaaS (Platform as a Service) IaaS (Infrastructure as a Service) แต่ทั้งหมดนี้ก็คือ การให้บริการในการใช้โครงสร้างพื้นฐานทางคอมพิวเตอร์ เช่น หน่วยประมวลผล ระบบการจัดเก็บข้อมูล ระบบเครือข่าย ในรูปแบบเสมือน (Virtualization) นั่นเอง (อ่านเพิ่มเติม Mission to the Cloud : ทำความรู้จัก Cloud เข้าใจบริการและฟีเจอร์) ซึ่งมีข้อดีคือ

– องค์กรไม่ต้องลงทุนสิ่งเหล่านี้เอง
– มีความยืดหยุ่นในการปรับโครงสร้างของระบบไอทีในทุกรูปแบบ
– สามารถขยายขนาดได้ง่าย
– ลดความยุ่งยากในการดูแล

รูปภาพจาก Geekwire

ถ้าอย่างนั้น VM มีความสัมพันธ์กับ Cloud Computing อย่างไร?

VM นั้นได้รับการพัฒนาต่อ เรียกว่า VPS (Virtual Private Server) สำหรับใช้กับเครื่องเซิร์ฟเวอร์จริง 1 ตัว เพื่อให้สามารถแบ่งเป็นเซิร์ฟเวอร์เสมือนย่อยๆ หลายๆ ตัว ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องมีตู้เซิร์ฟเวอร์เป็นของตัวเองเพราะเกินความจำเป็น

แล้ว VPS ก็ถูกนำไปพัฒนาเพื่อไปอยู่บน Cloud เรียกว่า Cloud VPS ซึ่งหลักการใช้งานก็คล้ายๆ กับ VPS แต่เกิดจากเซิร์ฟเวอร์หลายเครื่องเชื่อมต่อกันแล้วจำลองเซิร์ฟเวอร์อยู่บน Cloud ซึ่งมีข้อดีคือ สามารถประมวลผลได้รวดเร็วกว่า VPS ธรรมดา และในกรณีที่มีความเสียหายเกิดขึ้นกับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ หากเป็น Cloud VPS ระบบจะยังสามารถรันต่อไปได้ด้วยการประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์เครื่องอื่นๆ ที่เชื่อมต่อกันอยู่

ที่มา: www.theviable.co

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *